ข่าวดึก 7HD – 7 วันอันตรายปีนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งเป้าที่จะลดอุบัติเหตุทางถนนลงให้ได้ 5% จากค่าเฉลี่ยการเกิดอุบัติเหตุในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา และคาดว่าเที่ยวปีใหม่ปีนี้จะมีคนเดินทางออกต่างจังหวัดมากที่สุดในวันที่ 30 ธันวาคม
พลตำรวจเอกดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร เปิดเผยว่า ปีนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งเป้าลดสถิติการเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บลง 5% จากค่าเฉลี่ย 3 ปี หรือลดลงเหลือ 3,339 ครั้ง ผู้เสียชีวิตต้องไม่เกิน 388 คน และผู้ได้รับบาดเจ็บต้องไม่เกิน 3,393 คน โดยได้กำหนดใช้มาตรการหลายอย่าง เช่น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด, การเพิ่มโทษผู้มีประวัติเมาแล้วขับ และหากเป็นผู้ที่อายุต่ำกว่า 18 ปี จะมีการขยายผลไปดำเนินคดีกับคนที่ชักชวน ยุยง หรือจำหน่ายสุราด้วย ขณะเดียวกันก็เป็นห่วงผู้ที่ใช้เส้นทางรอง หรือเส้นทางที่ต้องใช้เวลาในการขับขี่นานเกิน 8 ชั่วโมงในการเดินทาง โดยช่วงการเดินทางขากลับหลังเทศกาลปีใหม่ ซึ่งคาดว่าปีใหม่ปีนี้จะมีคนเดินทางไป-กลับ ไม่น้อยกว่า 7 ล้านคน โดยช่วงเวลาที่การจราจรจะติดขัดหนักที่สุด คือวันที่ 30 ธันวาคม
อีกมาตรการที่ตำรวจจะนำไปใช้เพื่อช่วยลดจำนวนการเกิดอุบัติเหตุ ก็คือการรณรงค์ให้ประชาชนช่วยกันเป็นอาสาตาจราจร ส่งภาพหลักฐานไม่ว่าจะเป็นคลิปกล้องหน้ารถ หรือคลิปจากกล้องโทรศัพท์มือถือ ที่บันทึกเหตุการณ์การกระทำผิดกฎจราจรในช่วงระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2564 ถึง 4 มกราคม 2565 ที่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในทางคดีของตำรวจได้ ในโครงการ “7 วัน 7 คลิป 7 หมื่น” โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันคัดเลือกคลิปที่เป็นประโยชน์ มองรางวัลให้ผู้ที่ได้รับคัดเลือกคลิปละ 10,000 บาท และเกียรติบัตร
นอกจากนี้ กองสารนิเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยังได้จัดทำสปอตโฆษณาเพื่อรณรงค์ให้คนไทยขับขี่ปลอดภัย เคารพกฎจราจร ในช่วงเทศกาลปีใหม่ หวังให้ประชาชนทั่วประเทศไม่ประมาทในการเดินทาง ให้ช่วยกันตั้งเป้าว่า เพราะทุกคนมีคนที่ห่วงใยรออยู่ ปีนี้การสูญเสียในช่วงเทศกาลปีใหม่จะลดน้อยลง หรือไม่เกิดขึ้น
ส่วนกองทัพบก ปีนี้ก็มีการออกมาตรการช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุด้วยเช่นกัน ภายใต้โครงการ “ปีใหม่ปลอดภัย กองทัพบกห่วงใยประชาชน” โดย พลเอกณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ให้หน่วยทหารทั่วประเทศ ตั้งจุดบริการประชาชนบริเวณหน้าหน่วยทหาร และสถานที่สำคัญของจังหวัด ตามเส้นทางที่มีประชาชนสัญจรเป็นจำนวนมาก รวม 226 จุด ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 5 มกราคม 2565
มีการจัดเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับประชาชน อาทิ น้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น พร้อมจัดกำลังพลจิตอาสา เจ้าหน้าที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเส้นทางการจราจร จัดเจ้าหน้าที่เสนารักษ์พร้อมชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้น อุปกรณ์ช่างที่จำเป็น อุปกรณ์ชาร์จไฟฟ้าสำหรับโทรศัพท์มือถือ ให้บริการห้องน้ำ และนวดแผนไทยผ่อนคลาย
ในโอกาสนี้ กองทัพบกได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมโครงการทหารพันธุ์ดีในหน่วยทหาร จำนวน 107 แห่ง เพื่อเข้าชมการปลูกผักปลอดภัยปลอดสารพิษ การทำปุ๋ยอินทรีย์ เป็นต้น รวมทั้งจำหน่ายผลผลิตราคาถูกให้ด้วย นอกจากนี้ เปิดแหล่งท่องเที่ยวทางทหาร พิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ 173 แห่ งในหน่วยให้เข้าชมและศึกษาเรียนรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ควบคู่กับการจัดกิจกรรมสันทนาการโดยไม่มีค่าใช้จ่าย
ด้าน กรมทางหลวง แนะนำทางเลือก 17 เส้นทาง ออกจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้เดินทางและหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดในช่วงเทศกาล โดยภาคเหนือสามารถเดินทางได้ 5 เส้นทาง เช่น จากกรุงเทพฯ ไปรังสิต (ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน) มุ่งหน้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา, อ่างทอง, สิงห์บุรี ด้วยทางหลวงหมายเลข 32 ถนนสายเอเชีย สู่อำเภอมโนรมย์ และใช้ทางหลวงหมายเลข 1 ถนนพหลโยธิน จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครสวรรค์
กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 5 เส้นทาง เช่น จากกรุงเทพฯ ไป จังหวัดนครนายก ด้วยทางหลวงหมายเลข 305 สู่อำเภอบ้านนา ด้วยทางหลวงหมายเลข 3051 มุ่งหน้าอำเภอแก่งคอย, อำเภอปากช่อง ถนนมิตรภาพ จากนั้นมุ่งหน้าสู่จังหวัดนครราชสีมา สู่อำเภอกบินทร์บุรี สู่อำเภออรัญประเทศ
ส่วน กรุงเทพฯ – ภาคตะวันออก อีก 4 เส้นทาง อาทิ จากกรุงเทพฯ ไปอำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี
กรุงเทพฯ – ภาคใต้ อีก 3 เส้นทาง เช่น จากกรุงเทพฯ ไปถนนบรมราชชนนี ใช้ทางหลวงหมายเลข 338 ปิ่นเกล้า-นครชัยศรี มุ่งหน้าอำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม และตามเส้นทางสู่จังหวัดราชบุรี เข้าแยกวังมะนาว มุ่งหน้าจังหวัดเพชรบุรี ด้วยทางหลวงหมายเลข 4 ถนนเพชรเกษม เข้าสู่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์
หากประชาชนต้องการสอบถามข้อมูลการเดินทางหรือแจ้งเหตุด่วน สามารถติดต่อได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง สายด่วนมอเตอร์เวย์ 1586 กด 7 และตำรวจทางหลวง 1193 หรือจะเข้าเว็บไซต์กรมทางหลวง สแกน QR code แนะนำเส้นทางได้เช่นกัน
