BGRIM ทุ่มงบลงทุนปี 65 กว่า 1 แสนล้านบาท ลุยพัฒนาโครงการใหม่ – ปิดดีล M&A พร้อมตั้งเป้ารายได้โต 8-10% รับกำลังผลิตเพิ่มอีก 1,000 เมกะวัตต์
ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธาน บี.กริม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM เปิดเผยในงาน Opportunity Day คาดว่า ปี 65 บริษัทจะใช้งบลงทุนทั้งหมดประมาณ 100,000 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการพัฒนาโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้าที่มีสัญญาซื้อขายไฟ (PPA) ตามแผนในปัจจุบัน และโครงการใหม่ที่อยู่ระหว่างเจรจาที่คาดว่าจะบรรลุข้อตกลงได้ในปีหน้าทั้งที่เป็นโครงการสัมปทานใหม่ (กรีนฟิลด์) และแผนการซื้อกิจการ (M&A)
แหล่งเงินลงทุนดังกล่าว แบ่งเป็นส่วนของเงินทุนของบริษัท ประมาณ 22,000-25,000 ล้านบาท ซึ่งจะมาจากกระแสเงินสดจากการดำเนินงานของบริษัทในปัจจุบัน และมีแผนการออกหุ้นกู้อีก 17,000-20,000 ล้านบาท รวมถึงส่วนที่เหลือจะเป็นเงินกู้ยืมจากโครงการที่เป็นรูปแบบของโปรเจคไฟแนนซ์ พร้อมยืนยันบริษัทไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน เนื่องจากบริษัทยังสามารถรักษาระดับหนี้สินต่อทุน (D/E) ไม่ให้เกินระดับ 2 เท่าได้
ขณะที่บริษัทตั้งเป้ารายได้ปี 65 จะเติบโตประมาณ 8-10% จากปีนี้ เนื่องจากคาดจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าใหม่เพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 1,000 MW ทั้งจากการจ่ายไฟเข้าระบบเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าใหม่และการเข้าซื้อกิจการ ประกอบกับบริษัทมีโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างเบื้องต้น เช่น โครงการโรงไฟฟ้าประเภท SPP Replacement จำนวน 5 แห่ง กำลังการผลิตรวม 700 MW ซึ่งจะทยอยจ่ายไฟเข้าระบบในปี 65 ,โครการโรงไฟฟ้าประเภทไฮบริดที่สนามบินอู่ตะเภา ซึ่งแบ่งเป็นไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติบวกกับโซลาร์ฟาร์มและระบบกักเก็บพลังงานกำลังผลิต 95 MW ,โรงไฟฟ้า SPP อ่างทอง กำลังการผลิต 280 MW ซึ่งจะส่งผลให้กำลังการผลิตรวมในปีหน้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 3,544 MW จากสิ้นปีนี้ที่คาดว่าจะอยู่ระดับ 2,894 MW
สำหรับประเด็นที่หลายฝ่ายกังวลกรณีที่ราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นนั้น บริษัทวางแผนรับมือไว้ โดยช่วงต้นปี 66 จะสามารถนำเข้าก๊าซ LNG เพื่อมาใช้กับโรงไฟฟ้าของบริษัท เชื่อว่าจะได้ราคาก๊าซที่ถูกกว่าการซื้อก๊าซจากบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) อย่างไรก็ตามมองราคาก๊าซธรรมชาติต่อจากนี้จะเริ่มปรับตัวลดลง เพราะจะเกิดซัพพลายในระบบมากขึ้นและจะเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนที่ปริมาณการใช้จะลดลง
นอกจากนี้บริษัทยังได้จัดทำแผนธุรกิจระยะยาว โดยตั้งเป้ากำลังผลิตไฟฟ้าเติบโตแตะ 10,000 MW และมีรายได้ระดับ 1 แสนล้านบาทภายในปี 73 จากการเดินหน้าลงทุนโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นในอนาคตทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีแผนจะเน้นลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกมากขึ้น
ลักษณะธุรกิจของ BGRIM
ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจหลักด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า ไอน้ำ และธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งในประเทศและต่างประเทศ
