กรณีบ่อน้ำทิ้งภายในวัดต้นสน จังหวัดอ่างทอง แตก จนทำให้น้ำลอดผ่านพนังกั้นน้ำ และกำแพงวัดเข้าท่วมจนกุฏิ โบสถ์ และวิหาร ได้รับความเสียหาย ล่าสุดสามารถอุดรอยรั่วได้แล้วเกือบ 90 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังต้องเฝ้าระวังว่าน้ำอาจกัดเซาะพนังกั้นน้ำแตกอีกรอบ
ความคืบหน้ากรณีบ่อน้ำทิ้งของวัดต้นสน อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง เกิดแตกทำให้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาลอดผ่านคันกั้นน้ำ และกำแพงวัดทะลักเข้าท่วมระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร ทำให้พระสงฆ์ และสามเณร แตกตื่นด้วยความตกใจ น้ำเข้าท่วมกุฏิ โบสถ์ และวิหารจนเสียหาย และหลายฝ่ายเกรงว่ามวลน้ำจะทะลักเข้าท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจชั้นใน หลังเกิดเหตุทางเทศบาลเมืองอ่างทอง ทหาร และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เข้าให้การช่วยเหลือนำกระสอบทรายอุดทับรอยรั่ว และสร้างคันดินกั้นน้ำล้อมจุดที่น้ำลอดผ่านไว้อีกชั้น ป้องกันมวลน้ำไหลเข้าพื้นที่เศรษฐกิจ แต่การทำงานพบอุปสรรคจากมวลน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีจำนวนมาก
ทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปตรวจสอบ พบว่า แม้กระสอบทราย และถุงบิกแบ็ก ที่ถูกวางซ้อนทับกันจำนวนมาก แต่น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่เหนือพื้นที่ของวัด จึงยังซึมลอดกระสอบทรายเข้าท่วม จนพระในวัดเกรงว่าแรงดันของน้ำจะกัดเซาะชั้นดินใต้กำแพงวัดเข้าท่วมซ้ำอีก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งยืนมือเข้ามาช่วยเหลือ เพราะตอนนี้วัดมีเครื่องสูบน้ำเพียง 2 เครื่อง
นอกจากความเดือดร้อนของพระสงฆ์ และสามเณร ยังมีเต่าอายุนับ 100 ปีกว่า 1,000 ตัว ที่วัดเลี้ยงไว้ จำนวน 6 บ่อ และอยู่ติดกับทางลอดของน้ำ น้ำกำลังจะไหลเข้าท่วมอาจทำให้เต่าทั้งหมดตาย เจ้าหน้าที่ทหารต้องช่วยกันขนย้ายเต่าบางส่วนไปอยู่ในบ่อที่ปลอดภัย และนำกระสอบทรายมาปิดรอยรั่วช่วยเหลือ
และช่วงเย็น ได้มีการนำเครื่องจักรหนักมาเสริมทำคันกั้นดิน และถมกระสอบทรายเพิ่ม พร้อมเร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่ม 2 เครื่อง และวันพรุ่งนี้ (28 ต.ค.) อีก 2 เครื่อง เร่งสูบน้ำออกจากพื้นที่วัด ที่ระดับน้ำยังสูงตั้งแต่ 30-60 เซนติเมตร ให้ทันที่ทางวัดจะมีงานทอดกฐินสามัคคี ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้
ด้าน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ยืนยันจะสามารถอุดรอยรั่วดังกล่าวได้ และน้ำจะไม่เข้าท่วมพื้นที่เศรษฐกิจชั้นในอย่างแน่นอน ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก
