วันที่ 4 ตุลาคม 2564 นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง พร้อมด้วย นายศักดา บรรดาศักดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง นายปริญญา เขมชิต ปลัดจังหวัดอ่างทอง นายแพทย์ศรีศักดิ์ ตั้งจิตธรรม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง นายโอภาส ต้นทอง ศึกษาธิการจังหวัดอ่างทอง นายเตือนใจ ทรงไตร นายกเทศมนตรีเมืองอ่างทอง พร้อมส่วนราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ และเทศบาลเมืองอ่างทอง ร่วมกัน KICK OFF การฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ให้แก่นักเรียน/นักศึกษา ก่อนเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 ในจังหวัดอ่างทอง พร้อมกับส่วนกลาง โดยมี พลเอกประยุทธ จันโอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน

โดยทั้งหมดจากการหารือ ร่วมกันของ กระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย เบื้องต้นมีแนวทางในการเตรียม ความพร้อมการเปิดภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ได้แก่ แผนการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ 2 เข็ม แก่กลุ่มผู้ที่มีอายุ 12 ปี จนถึง 17 ปี 11 เดือน 29 วัน ณ วันที่ฉีด โดยจะอนุโลมให้แก่กลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่มีอายุเกิน 17 ปี 11 เดือน 29 วันด้วย จะครอบคลุมนักเรียนนักศึกษาในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) หรือเทียบเท่า รวมถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีอายุ 12 ปี ตั้งแต่เดือน ตุลาคม เป็นต้นไป จะเริ่มฉีดให้แก่นักเรียนนักศึกษาในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) 29 จังหวัดก่อน ซึ่งจะต้อง ได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง

จังหวัดอ่างทอง จํานวนนักเรียนในจังหวัดอ่างทอง ปีการศึกษา 2564 มีจํานวนทั้งสิ้น 49,413 คน ซึ่งเป็นนักเรียที่มีอายุ 12 ปี ขึ้นไป ที่ศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 – 6 หรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช./ปวส.) หรือเทียบเท่าจํานวน 23,144 คน สํานักงานศึกษาธิการจังหวัดอ่างทอง ได้รวบรวมข้อมูลและสรุปจํานวนนักเรียน/นักศึกษาดังกล่าว ที่มีความประสงค์รับวัคซีน Pfizer ในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งได้รับรายงานจากหน่วยงานทางการศึกษาต้นสังกัด มีผู้ประสงค์รับการฉีดวัคซีนฯจํานวนทั้งสิ้น 16,726 คน คิดเป็นร้อยละ 72.42 ของจํานวนนักเรียนมัธยมหรือเทียบเท่า สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดอ่างทอง ได้นําข้อมูลดังกล่าว เสนอขอวัคซีนฯ ไปที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งได้รับ การจัดสรรครั้งแรก (สําหรับการฉีดวัคซีนในวันที่ 4 – 10 ตุลาคม 2564) จํานวน 7,140 โด๊ส ในครั้งนี้ได้กําหนดนักเรียนกลุ่มเป้าหมายคือระดับชั้น ม.ปลาย หรือเทียบเท่าขึ้นไป และได้จัดสรรไปยังอําเภอต่างๆ

โดยกําหนดให้ผู้มีโรคประจําตัว ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคโควิด-19 ที่มีอาการรุนแรงและอาจเสียชีวิตได้ เป็นผู้มีความเร่งด่วนอันดับต้นให้ได้รับวัคซีน ชนิด mRNA ของบริษัท Pfizer BioNTech จํานวน 2 เข็ม ห่างกัน 3 สัปดาห์ขึ้นไป ได้แก่เด็กและวัยรุ่นอายุ 16 ปีจนถึง 18 ปี ทุกรายที่ไม่มีข้อห้ามในการฉีดวัคซีน เด็กอายุ 12 ปี ถึงน้อยกว่า 16 ปี ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง มีโรคประจาตัว ที่อาจเกิดโรคโควิด-19 รุนแรง อาจถึงขึ้นเสียชีวิต ได้แก่ บุคคลที่มีโรคอ้วน (ดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หรือมีน้ําหนัก 70 กิโลกรัม ขึ้นไปในเด็กอายุ 12-13 ปี น้ําหนัก 80 กิโลกรัมขึ้นไปในเด็กอายุ 13-15 ปี น้ําหนัก 90 กิโลกรัมขึ้นไปในเด็กอายุ 15-18 ปี หรือเด็กอ้วนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับจากภาวะ ทางเดินหายใจอุดกั้น) โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง รวมทั้งโรคหอบหืดที่มีอาการปานกลางหรือรุนแรง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตวายเรื้อรัง โรคมะเร็งและภาวะภูมิคุ้มกันตทำ โรคเบาหวาน กลุ่มโรคพันธุกรรมรวมทั้งกลุ่มอาการดาวน์ เด็กที่มีภาวะบกพร่องทางระบบประสาทอย่างรุนแรง และเด็กที่มีพัฒนาการช้า



