++
เป็นที่ทราบกันแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ถูกโหวตคว่ำในวาระที่ 3 ตามคาด หลังที่ประชุมรัฐสภาลงมติ มีคะแนน “เห็นชอบ” 208 ต่อ 4 เสียง งดออกเสียง 94 และไม่ลงคะแนน 136 คะแนน เมื่อคะแนนเสียงที่ได้ไม่มากกว่ากึ่งหนึ่ง จึงถูกตีตกไป
ก่อนจะถึงช่วงการลงมติ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นสอบถามประธานรัฐสภากล่าวว่า “นี่เรากำลังจะลงมติวาระ 3 แล้วใช่ไหมครับ” เมื่อได้รับคำยืนยันแน่ชัด
“หลาดา” คนโตเมืองอุทัยธานี ก็พูดเสียงดังฟังชัดว่า “ผมคงไม่ร่วมสังฆกรรมด้วยกับพวกฉ้อฉล ศรีธนญชัย โกหกปลิ้นปล้อน และก็ไร้สาระสิ้นดี นี่คือสภาโจ๊กครับ” จากนั้น ส.ส.ภูมิใจไทย ได้พร้อมใจกันวอล์กเอาต์ทันที และไม่อยู่ร่วมลงมติ
ต่อมา ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย และ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ร่วมกันแถลงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย วอล์กเอาต์ในการลงมติร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระที่ 3
ตบท้าย นักข่าวถามว่า จะยังทำงานร่วมกันได้หรือไม่ ในพรรคร่วมรัฐบาล “ภราดร” ตอบทันที “นี่คือเรื่องของรัฐธรรมนูญ แต่การทำงานร่วมกันในรัฐสภายังมีอีกหลายเรื่องที่เราต้องเดินหน้า เช่น การพิจารณา พรบ.ประชามติ และยังมีอีกหลายกฎหมาย และอีกหลายบทบาทหน้าที่ที่ต้องดำเนินต่อไป”
แก้รัฐธรรมนูญ จะเป็นประเด็นหาเสียงสมัยหน้า
ด้วยการเล่นใหญ่ไฟกระพริบในโรงละครสภา และออกมาเล่นบท “ยี่เกหลงโรง” นอกห้องประชุม ทำให้ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ แกนนำโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ (iLaw) ผู้เสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับประชาชน ทนไม่ไหว แสดงความเห็นผ่านทิวิตเตอร์ @yingcheep
“ภูมิใจไทยวันนี้ ….ได้โล่ ปากบอกจะแก้ๆๆ พูดย้ำไปย้ำมา พอถึงคิวโหวต เล่นใหญ่ไฟกระพริบ แล้วหนีหายไป” ถ้อยคำที่เว้นวรรคไว้นั้น แรงและชัดมาก
ร้อนถึง ชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี ต้องออกมาชี้แจงว่า พรรคภูมิใจไทยไม่ได้เล่นละครตบตาประชาชน เพราะไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร และไม่ต้องการรักษาอำนาจให้ใคร
ประมุขบ้านดอนหมื่นแสน เมืองอุทัย ก็พูดเหมือน “ลูกชายเฮียตือ” ว่า เรื่องวอล์กเอาต์ในสภาฯ ไม่เกี่ยวกับเรื่องการทำงานในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล
++
ละครสองหน้า
++
กลางเดือน ก.ค.2563 กระแสแฟลชม็อบ ม็อบเยาวชนปลดแอก “จุดติด” และยกระดับเป็นประชาชนปลดแอก ประกาศ 3 ข้อเรียกร้องหลักคือ แก้ไขรัฐธรรมนูญ ยุบสภา และหยุดคุกคามประชาชน
พรรคภูมิใจไทย กระโดดรับลูกจากม็อบเยาวชนปลดแอกทันที “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นำลูกพรรคแถลงข่าวที่รัฐสภา ประกาศความชัดเจนให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ทุบโต๊ะให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) และยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ทันทีที่รัฐธรรมนูญร่างเสร็จ
อย่างไรก็ตาม พรรคภูมิใจไทยก็มีเงื่อนไข ต้องไม่กระทบหมวด 1 และ หมวด 2 อันเป็นลักษณะสำคัญของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย
ช่วงเดือน ต.ค.2563 การชุมนุมนอกสภาแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกพรรคการเมือง รวมถึง ส.ว.ก็เห็นดีเห็นงามในการแก้รัฐธรรมนูญ 2560
ปลายปีที่ผ่านมา ม็อบประชาชนปลดแอก ที่เปลี่ยนชื่อเป็นม็อบราษฎรเกิดสะดุดขาตัวเอง เพราะข้อเสนอทะลุเพดาน ส.ว.และพรรคพลังประชารัฐ ก็เริ่มตีรวนการแก้รัฐธรรมนูญ
ค่ายสีน้ำเงินก็รู้อยู่แก่ใจ การแก้รัฐธรรมนูญ หาก ส.ว.ไม่เล่นด้วยก็แก้ยาก แต่เป็นเกมซื้ออนาคต จึงต้องเดินตามธงแก้รัฐธรรมนูญ
++
เตรียมหาเสียง
++
ถ้าติดตามการชุมนุมของม็อบประชาชนปลดแอก จะเห็น สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พร้อมกับลูกชายเฮียตือ 2 คนคือ ภราดร ปริศนานันทกุล และ กรวีร์ ปริศนานันทกุล ออกไปสังเกตการณ์การชุมนุมทุกครั้ง
พลันที่ม็อบเปลี่ยนชื่อเป็นม็อบราษฎร ชูธงทะลุเพดาน ทุละฟ้า ส.ส.ยังเติร์กของค่ายสีน้ำเงิน ก็ถอยห่างจากม็อบ คงเหลือแต่ ส.ส.พรรคก้าวไกล
ย้อนไปดูช่วงหาเสียงเลือกตั้งปี 2562 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย วางตัวเป็น “พรรคทางสายกลาง” และการได้ “เสี่ยโต้ง” สิริพงศ์ นายทุนสร้างหนังไทบ้านเดอะซีรีส์ เข้ามา ก็ดึงคะแนนคนรุ่นใหม่ในอีสานมาได้เยอะเหมือนกัน
สำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป พรรคภูมิใจไทย มีอดีต ส.ส.อนาคตใหม่ อยู่ในมือแล้ว 10 คน และกำลังจะตามอยู่อีก 4 คน
“เสี่ยหนู” ก็ต้องคิดถึง ส.ส.ส้มหวานกลุ่มนี้ ที่เจอข้อหาทรยศอุดมการณ์ ดังนั้น การรักษาภาพลักษณ์ “พรรคฝ่ายประชาธิปไตย” ย่อมเป็นผลดีแก่กลุ่ม ส.ส.ที่แปรพักตร์มาจากพรรคสีส้ม
เบื้องหลังการเล่นใหญ่ไฟกระพริบ ก็เป็นกลเกม วางโพสิชั่นนิ่งให้ค่ายสีน้ำเงิน เป็นพรรคทางเลือกหรือทางที่สาม และเอียงข้างฝ่ายประชาธิปไตยเท่านั้นเอง
