เด็กก้าวไกล ไม่สบายใจ “เราชนะ” ตกหล่นไม่ทั่วถึง ช่องโหว่เพียบ หวั่นเกิดคลัสเตอร์ใหม่หลังพบผู้ติดเชื้อโควิดที่อ่างทอง วอน กระทรวงการคลัง-ศบค.รีบหาทางแก้ด่วน
เมื่อวันที่ 28 ก.พ.64 น.ส.ดวงพร สุขุมพันธุ์พงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า ถึงตอนนี้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือเยียวยาผลกระทบจากโควิด-19 ควรจะรู้ตัวได้แล้วว่า มาตรการที่ออกมานั้นตกหล่น ไม่ทั่วถึง และไม่รอบคอบ ทั้งที่มีความพยายามเตือนจากหลายฝ่ายมาโดยตลอดว่า ปัญหาของโควิด-19 ไม่ใช่แค่เรื่องการควบคุมการระบาดทางสาธารณสุขเท่านั้น แต่ต้องคิดถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจด้วย ดังนั้น เมื่อมีมาตรการอะไรออกมาเพื่อควบคุมสถานการณ์ ก็ต้องคิดถึงเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาที่รวดเร็ว คล่องตัว และทั่วหน้าด้วย
น.ส.ดวงพร กล่าวต่อว่า สิ่งที่รัฐบาลเลือกทำมาตลอดคือ ความล่าช้า ไม่รอบคอบ และไม่ทั่วหน้า แทนที่จะใช้วิธีคัดคนออก คือมองว่าทุกคนล้วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ก็ควรจะได้รับการเยียวยาไว้ก่อน แล้วค่อยคัดกรองผู้ที่ไม่ได้รับผลกระทบออกไป เช่น ข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ พนักงานของรัฐ กลุ่มอาชีพที่ยังมีงานและมีรายได้ตามปกติ หรือจังหวัดใดที่ไม่ได้รับผลกระทบก็คัดออกมา เป็นต้น นอกจากนี้การเยียวยาควรจะให้เป็นเงินสด เพื่อให้เขาสามารถเลือกที่นำไปใช้จ่ายหรือปลดหนี้ต่างๆได้ตามความจำเป็น ไม่ใช่บังคับใช้ผ่านแอปนั้น แอปนี้ หรือ โครงการนั้น โครงการนี้ เหมือนรัฐบาลพยายามสร้างเงื่อนไขไม่อยากจ่ายมาโดยตลอด ทั้งที่เงินก็มีจาก พ.ร.ก.กู้เงินที่ยังเหลือ นอกจากนี้ยังคงทำงานซ้ำซ้อน เพราะหลังโควิดระลอกแรกผ่านไป พอเกิดระลอกใหม่ก็ยังต้องมาลงทะเบียนกันใหม่ รวมถึงการกำหนดให้ต้องใช้เงินผ่านสมาร์ทโฟน ผลสุดท้ายจึงมีผลกระทบตามมามากมายจากเงื่อนไขเหล่านี้ อย่างกรณีล่าสุด เป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากที่ชายคนหนึ่งต้องเสียชีวิตไปด้วยความหวังว่า โครงการเราชนะจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ช่วยเขาได้ จึงไปยืมเงินแม่มาพันกว่าบาทเพื่อซื้อมือถือ แต่เมื่อลงทะเบียน กลับพบว่าไม่ผ่าน สุดท้ายจึงตัดสินใจจบชีวิตตนเองด้วยการผูกคอที่บ้าน โดยบอกว่าไม่มีเงินที่จะมาคืนค่าโทรศัพท์ให้แม่แล้ว อยากถามว่า รัฐบาลพอได้รู้เรื่องนี้แล้วรู้สึกอะไรบ้างหรือไม่
“หลายครั้งที่ดิฉันไปพูดคุยกับคนเฒ่าคนแก่ในพื้นที่ หลายคนสะท้อนมาเช่นเดียวกันว่า ทำไม่เป็น ไม่มีเงินซื้อสมาร์ทโฟน ส่วนการจะให้ไปลงทะเบียนที่ธนาคารก็ไม่สะดวกแล้ว โดยเฉพาะหากต้องไปต่อคิวรอกันจำนวนมากดังที่หน้าธนาคารหลายแห่ง ซึ่งนั่นยิ่งสะท้อนว่า รัฐบาลออกมาตรการโดยไม่ได้คิดถึงพวกเขาเลย ที่ร้ายไปกว่านั้นคืออาจทำให้สถานการณ์อาจบานปลายจนไปกระทบสถานการณ์ด้านสาธารณสุขด้วย เพราะมีรายงานว่าได้พบผู้ติดเชื้อที่ธนาคารกรุงไทย ในจังหวัดอ่างทอง ซึ่งผลจากการไปออกันแบบนั้น โดยไม่สามารถวางมาตรการรักษาระยะห่างได้ สิ่งที่น่ากังวลต่อไปคือ บรรดาผู้ที่ต้องไปรวมตัวกันเพื่อลงทะเบียนในโครงการเราชนะที่ธนาคาร ส่วนใหญ่ก็คือผู้สูงอายุ และมาจากหลายถิ่น เนื่องจากธนาคารกรุงไทยมีไม่กี่สาขาในแต่ละจังหวัด ซึ่งผู้สูงอายุก็คือกลุ่มเสี่ยงที่สุดในกรณีได้รับเชื้อ และหากนำไปสู่การกระจายเชื้อจนเกิดเป็น คลัสเตอร์เราชนะ ก็ต้องบอกว่านี่เป็นอีกผลงานจากนโยบายรัฐ ที่ทำให้สถานการณ์เข้าสู่ความน่าเป็นห่วงอีกครั้ง หลังจากได้ปล่อยปละละเลยจนเกิดคลัสเตอร์บ่อน และคลัสเตอร์แรงงานต่างชาติมาแล้ว” น.ส.ดวงพร กล่าว
น.ส.ดวงพร กล่าวอีกว่า ในเรื่องนี้คงต้องฝาก ท่านสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง รวมถึง ศบค. และทีมเศรษฐกิจ ว่าอย่าทำงานกันแบบติดนิสัยราชการจนมองไม่เห็นความเป็นจริงของคนตัวเล็กตัวน้อย เวลานี้ประชาชนกำลังเดือดร้อนหนัก และไฟกำลังลามมาจ่ออยู่ที่เท้าท่าน ควรรู้ตัว รู้ปัญหาให้เร็ว แล้วรีบกำหนดมาตรการใหม่อย่างเร่งด่วน เพื่อแก้ปัญหาได้แล้ว.
