วันพุธ ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

อุตุฯเตือนฝนตกหนักทั่วไทย

ถล่ม66จังหวัด

เหนือ-อีสาน-ตะวันออก-กทม.

‘ชัชชาติ’รุดติดตามสถานการณ์

กรุงเทพฯอ่วมน้ำท่วมขัง14จุด

โคราชระทึกอ่างเก็บน้ำเริ่มล้น

อุตุฯเตือนทั่วไทยฝนตกหนัก 66 จังหวัด กทม.ฝนถล่ม 5 ชั่วโมง ท่วมขัง14 จุด ถนนสุขุมวิทหนักสุด ชาวโผงเผง จ.อ่างทอง ลุ้นระทึกน้ำจ่อล้นตลิ่งท่วมพื้นที่ ส่วน จ.พิษณุโลก น้ำป่าหลากท่วมพื้นที่นครไทย-ชาติตระการ ขณะที่ จ.นครพนม ฝนตกต่อเนื่องน้ำโขงเพิ่มสูง ตะกอนดินกระทบผู้เลี้ยงปลาในกระชัง

เมื่อวันที่ 16สิงหาคม กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ24 ชั่วโมงข้างหน้า ว่าร่องมรสุมพาดผ่านประเทศลาวตอนบนและภาคเหนือตอนบนเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณทะเลจีนใต้ ในขณะที่หย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมประเทศเมียนมาและประเทศลาวตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคกลาง รวมทั้งกทม.และปริมณฑล รวม 66 จังหวัด ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม


พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยจนถึงเวลา 06.00 น.วันที่ 17 สิงหาคม 2565ภาคเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาฯ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาฯ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 33-34 องศาฯ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.ภาคตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาฯ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 1 เมตร

ภาคใต้ฝั่งตะวันออก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาฯ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 1 เมตรภาคใต้ฝั่งตะวันตก มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาฯ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 1 เมตร กทม.และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาฯ อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาฯ ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-15 กม./ชม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังฝนตกต่อเนื่องช่วงค่ำถึงกลางดึกคืนที่ผ่านมา ทางศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร ได้รายงานว่า มีฝนเล็กน้อย-ปานกลางพื้นที่ กทม.ต่อเนื่อง จ.ปทุมธานี จ.นนทบุรี จ.นครปฐม จ.สมุทรสาคร จ.สมุทรปราการ อ่าวไทย จ.ชลบุรี จ.ฉะเชิงเทรา จ.ปราจีนบุรี และ จ.นครนายก เคลื่อนทิศตะวันออกเฉียงใต้ ปริมาณฝนสูงสุดเขตประเวศ 130.5มม.ทั้งนี้ ได้มีฝนตกทั่วพื้นที่ กทม.ตั้งแต่ช่วงเย็น ราว 18.00 น.ต่อเนื่องกันเป็นเวลานานกว่า 5 ชั่วโมง ทำให้หลายพื้นที่เจอปัญหาน้ำท่วม 14 จุด อาทิ บริเวณถนนศรีนครินทร์ ถนนพระราม 4 ถนนสุขุมวิท และสวนพลู น้ำท่วมสูงกว่า 10 เซนติเมตร เป็นต้น

ต่อมาในช่วงเช้าวันเดียวกันนี้ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม.ได้ออกสำรวจพื้นที่ซึ่งเกิดน้ำท่วมขังย่านถนนสุขุมวิท โดยพบว่าที่ซอยปรีดีพนมยงค์31 ทะลุเอกชัย ยังมีน้ำท่วมขังประมาณ 5-10 เซนติเมตร เป็นระยะทางยาว 300 เมตร มีช่วงที่เป็นแอ่งน้ำท่วมถึงฟุตปาธ จึงสั่งเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการแก้ไขทันที ก่อนจะเดินทางไปยังสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ติดตามสถานการณ์ โดยรับบทคอลเซ็นเตอร์ คอยรับสายจากประชาชนในพื้นที่ กทม.และสอบถามปัญหาน้ำท่วมด้วยตนเอง

ส่วนที่ จ.อ่างทอง ผู้สื่อข่าวรายงานถึงสถานการณ์น้ำในคลองโผงเผง อ.ป่าโมก ว่าระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ยังไม่มีพื้นที่ใดที่ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่ง รวมถึงพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ หมู่ 1 ต.โผงเผง อ.ป่าโมก แต่ทางจังหวัดยังคงประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่เรือลากจูงบรรทุกสินค้าในคลองดังกล่าว ต้องใช้ความระมัดระวังเนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวแรง

สำหรับแม่น้ำเจ้าพระยา ภายหลังฝนตกต่อเนื่องได้ทำให้พื้นหลายจังหวัดภาคเหนือตอนบน เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท ระบายน้ำลงสู่ท้ายเขื่อน 1,200 ลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.)/วินาที ส่งผลให้พื้นที่ริมน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ที่ไหลผ่าน จ.อ่างทอง โดยผ่านสถานีโทรมาตร C7A บริเวณหน้าศาลากลาง จ.อ่างทอง อยู่ที่ระดับน้ำสูง 5.47 เมตร จากระดับตลิ่ง 10 เมตร เพิ่มสูงขึ้น โดยมีปริมาณน้ำไหลผ่าน 1,323 ลบ.ม./วินาที

ที่ จ.พิษณุโลก หลังจากฝนตกหนักตลอดคืนที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำป่าหลากท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำใน อ.นครไทย ท่วมถนนนครไทย-ชาติตระการ หมู่ 5 บ้านพร้าวต.บ้านพร้าว อ.นครไทย ระดับน้ำสูงกว่า 30-50เซนติเมตร ระยะทางยาวกว่า 200 เมตร แต่ยังสามารถสัญจรไปมาได้ โดยต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากมีน้ำท่วมถนนในหลายจุดรวมทั้งในหมู่บ้านด้วย

นายชำนาญ ชูเที่ยง ผอ.โครงการชลประทาน จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ช่วงวันที่ 15-18 สิงหาคมนี้ มีฝนตกจากอิทธพลของลมมรสุม โดยจะมีฝนเพิ่มขึ้นในช่วงวันที่ 20-23 สิงหาคม เนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมและมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ มีกำลังแรงปานกลางถึงค่อนข้างแรง จึงได้แจ้งเตือนประชาชน ที่อาศัยอยู่ริมตลิ่งของแม่น้ำสายต่างๆ เช่น แม่น้ำแควน้อย อ.นครไทย แม่น้ำภาค อ.ชาติตระการ แม่น้ำวังทอง อ.วังทอง และ อ.บางกระทุ่ม แม่น้ำชมพู อ.เนินมะปราง และแม่น้ำยม อ.บางระกำ ระวังน้ำป่าไหลหลากและสถานการณ์น้ำเอ่อล้นตลิ่ง เนื่องจากยังคงมีปริมาณฝนตกชุก และขอให้เก็บของขึ้นที่สูง ระมัดระวังระบบไฟฟ้าภายในบ้านที่น้ำท่วมถึง และตรวจสอบคันดินที่เสริมการป้องกันน้ำท่วม

ขณะเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าระดับน้ำในแม่น้ำโขง พื้นที่ จ.นครพนม บริเวณสถานีวัดระดับน้ำต.หนองแสง เขตเทศบาลเมืองนครพนม วัดได้ 7.68 เมตร เพิ่มขึ้นประมาณ 15 เซนติเมตร ยังต่ำกว่าระดับตลิ่งประมาณ 4.3 เมตร โดยระดับวิกฤตอยู่ที่ 12.00 เมตร และมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา เนื่องจากยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนและตามลุ่มน้ำสาขาต่างๆ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมในลำน้ำสาขาต่างๆ เช่น ลำน้ำสงคราม ลำน้ำอูน ห้วยบ่อ และห้วยทวยมีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นด้วย

ทั้งนี้ ระดับน้ำในแม่น้ำโขงเพิ่มสูงขึ้นเนื่องจากเป็นฤดูน้ำหลากของทุกปี ทำให้น้ำมีสีขุ่นแดง ซึ่งเป็นผลมาจากตะกอนดินโคลนที่ถูกกระแสน้ำชะล้างมา ส่งผลให้การเลี้ยงปลาในกระชังเริ่มมีผลกระทบ เนื่องจากตะกอนดินโคลนที่ไหลมากับกระแสน้ำเกาะเหงือกปลาที่เกษตรกรเพิ่งนำมาลงเลี้ยงใหม่ๆ ทำให้ปลาตายเป็นจำนวนมากนอกจากนี้ตะกอนดินโคลนยังเกาะตาข่ายที่ใช้ทำกระชังทำให้เพิ่มน้ำหนักและไม่สามารถระบายน้ำได้ดีเท่าที่ควร เป็นสาตุให้ปลาที่เลี้ยงในกระชังตายได้ง่าย โดยเฉพาะลูกปลาที่เพิ่งลงใหม่ๆ

นายสมภาร มองเคน อายุ 65 ปี ชาวบ้านสำราญใต้ หมู่ 3 ต.อาจสามารถ อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งมีอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังแม่น้ำโขงเปิดเผยว่า ช่วงฤดูน้ำหลาก น้ำในแม่น้ำโขงจะเป็นตะกอนดินโคลนขุ่นแดง ผู้เลี้ยงปลาส่วนใหญ่ต้องชะลอการลงปลารุ่นใหม่ พร้อมเร่งตักปลาที่เลี้ยงไว้ก่อนหน้านี้ออกขายให้หมด เนื่องจากตะกอนดินโคลนที่ไหลมากับกระแสน้ำจะเกาะเหงือกปลาและตาข่ายกระชัง ส่งผลให้ปลาที่เลี้ยงไว้ตายเป็นจำนวนมาก และแม้ว่าขณะนี้ปัญหาน้ำหลากจะน้อยลง ไม่รุนแรงเหมือนก่อน แต่การที่น้ำไหลเชี่ยวก็เป็นอุปสรรคในการเลี้ยงปลาในกระชัง ซึ่งตนได้พักการเลี้ยงปลาในช่วงนี้ชั่วคราวเพราะมีความเสี่ยงสูงที่ปลาจะตายและได้รับความเสียหาย ประกอบกับราคาหัวอาหารเลี้ยงปลาปรับสูงขึ้นด้วย

Share.

พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน