วันพฤหัสบดี ที่ 04 สิงหาคม พ.ศ. 2565, 13.41 น.

“ภราดร” อัดหลังบางพรรคแกล้งทำรัฐสภาล่ม หวังกม.ลูกเลือกตั้งส.ส.กลับไปใช้สูตรหาร 100 ขณะที่ “หมอชลน่าน” รับสภาล่มมีนัยยะทางการเมือง  ทั้งนี้ “เพื่อไทย” ยันไม่เกี่ยวทำสภาฯล่ม จี้ “สว.วันชัย” บอกให้ชัดฝีมือพรรคไหน

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม 2565 นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง และโฆษกพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความในเพจ “ภราดร ปริศนานันทกุล” ถึงเหตุสภาล่มในที่ประชุมร่วมรัฐสภา วานนี้ (3 ส.ค.) โดยระบุว่า #ทุเรศทุรัง เรารังเกียจอำนาจพิเศษเพียงใด เรารังเกียจการทำลายสภาด้วยวิธีทุเรศทุรังเท่านั้น บางคนแกล้งทำสภาล่ม โดยเป้าหมายคือให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. ซึ่งจ่อจะเข้าพิจารณาไม่ทันตามกำหนดเวลา 180 วัน และจะต้องกลับไปใช้ร่างเดิมที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) และสภาตั้งแต่ต้น

นายภราดร ระบุต่อว่า ร่างเดิมของกกต.คืออะไร มีอะไรพิเศษ ถึงทำให้บางกลุ่ม บางพวก ถึงกับต้องใช้วิธี #ทุเรศทุรัง ทำร้ายสภา และเหยียบย่ำหัวใจประชาชน เนื้อหาสาระ คือ ใช้สูตรหาร 100 ในการคำนวณ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ซึ่งแน่นอนว่าบางคน บางพวก บางพรรค เห็นว่าเป็นประโยชน์แก่ตน และพวก มากกว่าสิ่งที่สภาได้พิจารณาไปแล้วคือสูตรหาร 500 ทำให้บางพรรคจากขั้วตรงข้ามจับมือประสานใจโดยตั้งใจหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่เป้าหมายตรงกันนั่นคือล้มสูตรหาร 500 แล้วกลับไปใช้หาร 100 แบบเก่า เหตุก็มีเท่านี้เอง ต้องการสร้างความได้เปรียบให้กับพรรคพวกตนในการเลือกตั้งครั้งหน้า เราใช้ความปรารถนาส่วนตน และส่วนพรรคข่มขืนสภา สร้างความ #ทุเรศทุรัง ด่างพร้อยให้กับบ้านของท่านเองเช่นนั้นหรือ

อย่าลืมว่าคนเขาจ้องดูการทำหน้าที่ของนักการเมือง หากทำชั่วคนเขาด่า แต่เขาไม่ด่าเฉพาะคนชั่ว เขาด่านักการเมืองทั้งหมด คนไม่ชั่วก็เสื่อมไปด้วย บ้านเรา สภาเองก็เสื่อมทรามตามไปด้วย แล้วจะเหลือหลักยึดอะไรให้ประชาชนพึ่งหวังได้ พร้อมแฮชแท็ก #อายชาวบ้าน

“หมอชลน่าน” รับสภาล่มมีนัยยะทางการเมือง 

นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมร่วมรัฐสภาล่มเมื่อวานนี้ (3 สิงหาคม) มีนัยยะทางการเมืองที่จะเข้าสู่การพิจารณาร่างพระราชบัญญัตติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. (ฉบับที่…) พ.ศ… หรือไม่ ว่า ยอมรับตรงๆ ว่ามีนัยยะทางการเมือง ซึ่งการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภาในการออกกฎหมายต้องพิจารณาตัวกฎหมายเป็นหลัก ถ้าเห็นว่ากฎหมายที่กำลังพิจารราอยู่มีปัญหาไม่สามารถออกมาเป็นกฎหมายได้ จึงใช้กลไกมาตรา 132 ในรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นทางออกทางหนึ่งและเป็นกลไกระงับยับยั้งกฎหมายที่เห็นว่าไม่ชอบ หรือออกไปใช้บังคับไม่ได้ ซึ่งเขาก็เปิดช่องไว้ และกฎหมายลูกกำหนดระยะเวลาว่าจะต้องพิจารณาภายใน 180 วัน ถ้าพิจารณาไม่แล้วเสร็จ ให้นำกฎหมายที่เสนอในวาระแรกนำมาบังคับใช้เลย

นพ.ชลน่าน กล่าวต่อว่า พรรค พท.มีเจตนารมณ์เมื่อแพ้โหวตมาตรา 23 แล้วตามที่กฎหมายเสนอโดยคณะกรรมการเลือกตั้ง (กกต.) คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะกรรมาธิการ (กมธ.) นำไปปรับปรุงแก้ไข แต่ว่ามีการสั่งการให้พลิกกลับไปใช้ระบบจัดสรรปันส่วนผสม บัตร 2 หารด้วย 500 สิ่งที่เราคิดในการทำหน้าที่มาโดยตลอดเพื่อให้กฎหมายที่ถูกเสนอมาโดยชอบกลับมาบังคับใช้ให้ได้ ซึ่งมีอยู่ 3 แนวทางคือ 1.ปล่อยให้มีการพิจารณาลงมติในวาระ 3 หาร 500 แล้วไปรอคำทักท้วงของกกต. ศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลฎีกา 2.คว่ำในวาระ 3 และ 3.ใช้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 132 โดย 3 ทางเลือกพรรคพท.คิดมาแต่แรกว่าทางเลือกที่ 1 จะดีกว่าทางเลือกอื่น เพราะแนวทางที่ 2 และแนวทางที่ 3 สุ่มเสี่ยงที่เขาจะอ้างในการไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยอ้างว่ารัฐธรรมนูญขัดกันกับกฎหมายลูกไม่ได้ จึงนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญบัตรใบเดียว หาร 500 ได้ ซึ่งเราไม่อยากให้เกิดภาพแบบนั้น

“ดังนั้น แนวทางที่ 1 เราเองก็ไม่แน่ใจว่ากกต.กับศาลจะทักท้วงหรือไม่ แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะชอบแนวทางที่ 3 เพราะเราได้ประโยชน์สูงสุด แต่กระบวนการตรากฎหมายมันไม่ชอบ ส่วนสมาชิกรัฐสภาจะมาร่วมกับเรา เราไม่ได้เป็นผู้โน้มนาวชักจูง เพราะเรายืนอยู่มาจุดนี้ตลอดทั้งหมดจึงไม่ใช่เกมแต่เป็นกลไกรัฐสภาในสิ่งที่เหมาะสมที่สุด มันเป็นร่างที่ครม.เสนอมา ครม.ควรจะต้องอับอาย แม้แต่ร่างตัวเองที่ไปปรับแก้ไขในวาระ 2 ไปหักร่างตัวเอง กกต.เสนอมา คุณก็ไปหักในวาระที่ 2 นี่เป็นเจนารมณ์เราตั้งแต่แรก ไม่ได้เป็นเกมเมื่อวาน แต่ถ้าตีว่าเป็นเกมเราก็ไม่ได้เกี่ยวกับเกมเมื่อวาน แต่เป็นทางเดินของเรา ส่วนใครจะมาร่วมกับเราก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง” นพ.ชลน่าน กล่าว

เมื่อถามว่า พรรค พท.จะยื้อให้ครบเวลา 180 วันหรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เรายืนยันเจตนารมณ์นี้มาแต่แรก เพียงแต่เราไม่ได้ประกาศเท่านั้น ซึ่งในกมธ.เราก็สู้มาโดยตลออดว่าเราไม่เห็นด้วย ยื่งปรับแก้ยิ่งมีปัญหา เราก็สงวนความเห็นและมาสู้ในสภาต่อ ฉะนั้น เกม พท.ที่วางไว้เรายืดประโยชน์สูงสุดด้วยความชอบตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับในการตรากฎหมายขึ้นมา เราไม่ได้ยึดติดว่าจะหารอะไร แต่บังเอิญว่ารัฐธรรมนูญแก้ไขมาให้ใช้สูตรหาร 100 แล้วก็ต้องเป็นไปตามนั้น

เมื่อถามว่า ในสัปดาห์หน้าจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงใช่หรือไม่ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราก็สู้แบบนี้ต่อ ส่วนใครจะมาร่วมกับเราไม่ใช่ประเด็นที่เราเป็นผู้ไปกำหนด เพราะเราเป็นเสียงข้างน้อย ถ้าสังเกตว่าเมื่อวานถ้าสมาชิกไม่ร่วมกับพรรค พท. มันก็ไม่เกิดเหตุการณ์ใช้กลไกสภาระงับยับยั้งกฎหมายที่ไม่ชอบได้ ตนจึงมีความมั่นใจว่าสมาชิกส่วนหนึ่งเห็นแล้วว่ามันไม่ชอบจึงใช้แนวทางนี้ ก็ถือว่าเป็นสิทธิ์และเอกสิทธิ์ของสมาชิกที่จะลงมติหรือไม่ลงมติ

“การทำหน้าที่ในสภา การไม่เป็นองค์ประชุมและไม่ลงมติ ถือเป็นกลไกการทำหน้าที่อย่างหนึ่ง ดีไม่ดีขอให้ดูที่ผลที่เกิดขึ้น ถ้าผลที่เกิดขึ้นดีกับประเทศชาติ ถือว่าเป็นการทำหน้าที่ที่ดี ไม่ใช่ว่านั่งประชุมแล้วนั่งเป็นเครื่องไม้เครื่องมือให้เขาแล้วทำงานได้ดี ทำงานแล้วมันไม่ดีกับประเทศชาติแล้วไปยกย่องว่าทำงานได้ดี ผมไม่เห็นด้วย” นพ.ชลน่าน กล่าว

“เพื่อไทย” ยันไม่เกี่ยวทำสภาฯล่ม จี้ “สว.วันชัย” บอกให้ชัดฝีมือพรรคไหน 

 นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี นายวันชัย สอนศิริ ส.ว. ออกมาระบุ มีพรรคใหญ่ดึงเกมไม่เข้าประชุม หวังผ่านกฎหมายไม่ทันเดดไลน์ หวนใช้หาร 100 ว่า ไม่แน่ใจว่าพรรคใหญ่ที่นายวันชัยระบุนั้นหมายถึงพรรคใด แต่หากหมายถึงพรรคเพื่อไทยที่เป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดในสภา ขอเรียนว่า พรรคเพื่อไทยไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับการทำสภาล่ม การประชุมร่วมรัฐสภามีทั้งส.ส.และส.ว.เข้าร่วม สภาล่มเพราะเหตุใดเป็นเรื่องที่ต้องชี้แจงทำความเข้าใจให้ถูกต้อง พรรคเพื่อไทย มีอุดมการณ์ทางการเมือง ทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ยึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ไม่ประสงค์ที่จะยื้อเพื่อให้กฎหมายตกไม่ทันเดดไลน์ เพื่อหวนกลับไปใช้สูตรหาร 100 พรรคเพื่อไทยได้ยืนยันมาโดยตลอดว่าจะหาร 500 หรือหาร 100 ก็พร้อมลงแข่งขันทุกกติกา เพียงแต่เห็นว่าหากเป็นสูตรหาร 500 จะขัดรัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญจะขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญไม่ได้

นายอนุสรณ์ กล่าวต่อว่า การที่พรรคเพื่อไทยเห็นชอบที่จะให้ใช้สูตรหาร 100 ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ทางการเมืองหรือช่วงชิงความได้เปรียบในการเลือกตั้ง แต่เพราะสูตรหาร 500 ขัดรัฐธรรมนูญ ประเทศที่เป็นนิติรัฐ ต้องคำนึงถึงระบบและหลักการออกกฏหมายที่ถูกต้อง ไม่ควรมีการใช้อภินิหารทางกฎหมายเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมืองเพื่อสืบทอดอำนาจ พรรคเพื่อไทยไม่มีความจำเป็นใดๆต้องฮั้วกับพรรคพลังประชารัฐ เพราะมีความแตกต่างกันทั้งในมิติอุดมการณ์ จุดยืนและมุมมองต่อระบอบประชาธิปไตยที่แตกต่างกัน ประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยสบายใจได้ พรรคเพื่อไทยจะไม่กระทำการใดๆที่เป็นการสวนทางหรือขัดต่อเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชนที่สนับสนุนพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด

“ที่บ้านเมืองต้องเสียหายและลงทุนมากขนาดนี้ เพื่อให้ระบบสืบทอดอำนาจดำรงอยู่ ถ้าทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ตรงไปตรงมายึดประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ ไม่มีความจำเป็นต้องลับลวงพราง เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมือง” นายอนุสรณ์ กล่าว

Share.

พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน