ภูมิภาค

ชาวบ้านร้องขอความเป็นธรรมสื่อตรวจสอบ อ้างที่ดินถูกผู้นำหมู่บ้านยึดกว่า 12 ไร่

วันจันทร์ ที่ 04 เมษายน พ.ศ. 2565, 17.58 น.

ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

สมาคมนักข่าวนักสื่อสารมวลชนจังหวัดสระแก้ว ได้รับเรื่องเรียนขอความเป็นธรรม จากนางวัฒนา ลาภไม่น้อย อายุ 88 ปี บ้านเลขที่ 93 หมู่ 9 ตำบลเบญจขร อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว โดยมีความประสงค์ให้ข้อเท็จจริงแก่ นายอำเภอคลองหาด เกี่ยวกับที่ดิน ตำแหน่งที่ดิน ระหว่าง 5436/0898 แปลงที่ 7 โดยมีรายละเอียดของ ข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้

จากนั้น ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บ้านเลขที่ 93 หมู่ 9 ต.เบญจขร อ.คลองหาด จ.สระแก้ว ได้พบนายเสกสรร เจริญไทยกิจ กรรมการสภาทนายความภาค 2 นายสุเทพ มั่นศรี อยู่บ้านเลขที่ 45/1 หมู่ 7 ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จังหวัดอ่างทอง บุตรชาย และน.ส.ธนสรณ์ ลาภไม่น้อย อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 9 ต.เบญจขร อ.คลองหาด จ.สระแก้ว บุตรสาว และเพื่อนบ้านในบริเวณนั้นมาให้กำลังใจจำนวนมาก

ทั้งนี้ นายสุเทพ มั่นศรี อยู่บ้านเลขที่ 45/1 หมู่ 7 ต.จรเข้ร้อง อ.ไชโย จ.อ่างทอง เล่าว่า เดิมที่ดิน ระหว่าง 5436/0898 อยู่ในความรับผิดชอบและปกครองดูแล ของหมู่ที่ 4 ตำบลซับมะกรูด ซึ่งปัจจุบันเป็นหมู่ 9 ตำบลเบญจขร อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว โดยที่ดินดังกล่าว ทิศเหนือติดที่ดินของนางอ่อน(ไม่ทราบนามสกุล)  ทิศใต้คิดกับสระน้ำ ทิศตะวันออกติดที่ดินของนายสงคาม พรหมวิเศษ   ทิศตะวันตกติดที่ดินของนางสุมาลี จันทา และนางผ่องศรี แก้วมูลมุก เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2515 นางวัฒนา ลาภไม่น้อย ผู้เป็นแม่และนายแสวง มั่นศรี ผู้เป็นพ่อ (ปัจจุบันเสียชีวิตแล้ว)ได้เข้าแพวถาง และ เข้าครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินแปลงดังกล่าว โดยได้เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินเนื้อที่ประมาณ 18 ไร่เศษ ซึ่งแม่และพ่อ ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินโดยการปลูกพืชผลทางการเกษตรซึ่งตามฤดูกาล เช่น ปลูกข้าวโพด  ฝ้าย  ถั่วเขียว ถั่วเหลืองและมันสำปะหลัง ซึ่งที่ดินดังกล่าวแต่เดิม เป็นที่ดินมือเปล่าไม่มีเอกสารสิทธิ์ ต่อมาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2523 เกิดศึกสงครามระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชา ได้มี เจ้าหน้าที่ทหารประเทศไทยซึ่งเป็นหน่วยทหารปืนใหญ่ มาขอยืมพื้นที่บริเวณที่ดินดังกล่าว เพื่อใช้เป็นที่ตั้งของหน่วยทหาร และ ได้แจ้งแม่กับพ่อว่าหากสงครามยุติลงเมื่อใด ทหารจะคืนพื้นที่ให้ ทำประโยชน์เช่นเดิม แม่และพ่อจึงได้อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้พื้นที่บริเวณดังกล่าว เป็นที่ตั้งของหน่วย ทหาร จนกว่าเหตุการณ์สงครามจะสงบลง โดยหน่วยทหารดังกล่าวมีชื่อว่า “ฐานยงยุทธ” ภายหลังสงครามระหว่างประเทศไทยและประเทศกัมพูชาได้ยุติลง ทางหน่วยทหารได้เริ่มขนย้ายอุปกรณ์ที่พักและหน่วยออกจากพื้นที่ โดยต่อมาเมื่อประมาณ พ.ศ. 2529 ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ได้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจนหมด และ ส่งมอบพื้นที่ดังกล่าว คืนให้แก่แม่ภายพลังจากทหารได้ออกจากพื้นที่ดังกล่าว แม่และครอบครัว ได้กลับเข้าไปครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินบริเวณดังกล่าวอีกครั้ง โดยได้ปลูกพืชผลทางการเกษตรเช่นเดิมโดย ในขณะที่แม่ครอบครองทำประโยชน์ไปมีการยื่นเสียกามีบำรุงท้องที่ภ.บ.ท. 5)มาโดยตลอด โดยแม่มีหลักฐานในการยื่นเสียภาษีและสามารถแสดงได้ ต่อมามีการประกาศให้พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในพื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน แม่และครอบครัวก็ยังครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว ต่อเนื่องมาโดยตลอด และมีความประสงค์ให้สำนักงานการปฏิรูป ที่ดินจังหวัดสระแก้ว (ส.ป.ก.สระแก้ว) ออกเอกสารสิทธิ์ให้แก่แม่และครอบครัว แต่ไนขณะนั้นผู้นำชุมชนได้มีการคัดค้านการออกเอกสารสิทธิ์ของแม่และครอบครัว ซึ่งแม่และครอบครัวก็ได้ คำเนินการติดต่อยื่นขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และแม่กับครอบครัวก็ยังได้ติดต่อหน่วยงาน เพื่อดำเนินการขอเอกสารสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวต่อเนื่องมาโดยตลอด

น.ส.ธนสรณ์  ลาภไม่น้อย อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 47 หมู่ 9 ต.เบญจขร อ.คลองหาด จ.สระแก้ว บอกว่า แม่และครอบครัวก็ยังครอบครองและเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน 18 ไร่เศษ ดังกล่าว ต่อเนื่องมาโดยตลอด จนกระทั้งสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว (ส.ป.ก.สระแก้ว)ได้มีการสำรวจ และตรวจสอบ การทำประโยชน์ในที่ดินของแม่และครอบครัว ซึ่งจากการตรวจสอบปรากฏว่าที่ดินที่แม่และครอบครัวอยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินจริงต่อมาสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว (ส.ป.ก.สระแก้ว ได้มาทำการรังวัดออกเอกสารสิทธิ์ในที่ดินบริเวณดังกล่าว โดยขณะทำการนำรังวัดได้มีผู้นำชุมชนในขณะนั้น ได้ตัดค้านการนำรังวัดการออกเอกสารสิทธิ์ทั้งแปลงในที่ดิน 18 ไร่เศษ ดังกล่าว โดยผู้นำชุมชนคงยินยอมให้ออกเอกสารสิทธิ์ได้เพียง 6 ไร่เศษ โดยยินยอมเซนต์เอกสารการบันทึกการนำทำการรังวัดในที่ดิน เพียง 6 ไร่ เศษ ส่วนที่ดินส่วนที่ เหลือ 12 ไร่เศษ ผู้นำชุมชนไม่ยินยอมเซนต์เอกสารให้โดยที่ดิน 6 ไร่เศษ ปรากฎตามสารบัญทะเบียนที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ตำแหน่งที่ดิน แปลงเลขที่ 6 ระหว่าง ส.ป.ก. ที่ 5436/0898 เลขที่ 8311 เล่ม 84 หน้า 11 อำเภอคลองหาด จังหวัดสระแก้ว ส่วนที่เหลือ จำนวน 12 ไร่เศษ แม่และครอบครัว ยังประสงค์จะคงครอบครองทำประโยชน์ ในที่ดินดังกล่าว แต่ไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ได้

ด้าน นายเสกสรร เจริญไทยกิจ กรรมการสภาทนายความภาค 2 กล่าวว่า นางวัฒนา ลาภไม่น้อย ได้ยืนยันว่า ที่ดินในเนื้อที่ 12 ไร่เศษ ที่ดิน ระหว่าง 5436/0898 มิใช่เป็นที่สาธารณะ หรือที่สำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่อย่างใด และปัจจุบันที่ดินดังกล่าว เป็นที่รกร้าง ต้นหญ้าและต้นไม้ขึ้นปกคลุมเต็มพื้นที่ เนื่องจากนางวัฒนา ลาภไม่น้อยและครอบครัวไม่สามารถเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ได้ โดยถูกผู้นำชุมชนขัดขวาง และห้ามไม่ให้เข้าพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งทำให้นางวัฒนา ลาภไม่น้อยและครอบครัวได้รับความเดือนร้อนและเสียหายและนางวัฒนา ลาภไม่น้อยขอขันยืนว่าที่ดิน 12 ไร่เศษ ตามที่ดิน ระหว่าง 5436/0898 ดังกล่าวมิได้อุทิศหรือบริจาคให้เป็นที่สาธารณะ หรือใช้เป็นที่สำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่อย่างใดและนางวัฒนา ลาภไม่น้อย ขอกราบเรียนว่าที่ดินดังกล่าวไม่เคยมีประชาชนอื่นมาใช้ประโยชน์ในพื้นที่แต่อย่างใด

โดย นางวัฒนา ลาภไม่น้อย และครอบครัว ยังคงประสงค์จะเข้าครอบครองทำประโยชน์ และมีความประสงค์ให้ สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสระแก้ว (ส.ป.ก.สระแก้ว) ดำเนินการออกเอกสารสิทธิ์ให้ตนและครอบครัวในที่ดิน ส่วนที่เหลือจำนวน 12 ไร่เศษ ต่อไป อนึ่งข้าพเจ้านางวัฒนา ลาภไม่น้อย มีความประสงค์ให้นายสุเทพ มั่นศรี ที่อยู่ 45/1 หมู่ 7 ตำบล จรเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง บุตรชาย เป็นผู้ดำเนินการ ขอออกเอกสารสิทธิ์ ในที่ดินส่วนที่เหลือ 12 ไร่ เศษ ต่อไป.

ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

Share.

พระสมเด็จเกษไชโย หลวงพ่อโตองค์ใหญ่ วีรไทยใจกล้า ตุ๊กตาชาววัง โด่งดังจักสาน ถิ่นฐานทำกลอง เมืองสองพระนอน